ครั้งที่7
บันทึกอนุทินครั้งที่7
วันพฤหัสบดีที่20กันยายน2561
เวลาเรียน 08:30 น. -11:30 น.
อ.กฤตธ์คฤณน์ ตุ๊หมาด
การศึกษาปฐมวัยในประเทศสหรัฐอเมริกา
สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วเด็กๆ ถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีสำคัญสูงสุดเพราะเด็กๆ คืออเมริกาในอนาคต การหล่อหลอมในช่วงปีแรกๆ ของชีวิตเด็กเป็นความรับผิดชอบของสังคมและนโยบายทางสังคม นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นต้นมา เด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ขวบ ต้องเหินห่างจากพ่อแม่มากยิ่งขึ้นในสภาพการณ์ต่างๆ และมีเด็กวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 14 ปีประมาณ 1ล้าน 1 แสนคน ต้องเข้าร่วมในโปรแกรมเลี้ยงดูเด็กและบรรดาพ่อแม่ทั้งหมดต้องใช้จ่ายเงินทั้งสิ้นถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์ในการอุดนุนโปรแกรมนี้ในปี ค.ศ 1975
รัฐบาลกลาง ได้จ่ายเงินอุดหนุนโปรแกรมเลี้ยงดูเด็กนี้ประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์โดยผ่านทางกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาและสวัสดิการทางสังคมของรัฐเอง
การบริบาลเลี้ยงดูเด็กนี้แม้จะเป็นภาระรับผิดชอบของพ่อแม่มาแต่เดิมก็ตามก็ก็ยังมีเวลาที่พ่อแม่ต้องจากบ้านไป และมีความจำเป็นที่จะต้องเสาะแสวงหาสถานเลี้ยงเด็กที่ดีที่สุดสำหรับลูกของตน ซึ่งถ้าหากไม่มีพี่เลี้ยงเด็กดีๆ แล้ว ก็จะต้องพาเด็กไปฝากไว้กับโรงเรียนที่มีแผนกเด็กเล็กก่อนวัยเรียนดีกว่า
ตามหลักการอุดมคติแล้ว พ่อกับแม่ควรจะอยู่ดูแลใกล้ชิดเด็กๆ ให้มากในช่วงที่เด็กกำลังเริ่มรับรู้และหล่อหลอมบุคลิกภาพของตน แต่ในเมื่อในทางปฏิบัติไม่อาจทำได้ สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ก็คือ สถานเลี้ยงเด็กดีๆ สักแห่งหนึ่ง สวัสดิการของเด็กๆ ที่ช่วยให้มีพัฒนาการไปในทางที่พึ่งประสงค์นั้น จะต้องมีความสำคัญมาก่อนเรื่องอื่น
ประวัติความเป็นมาของการศึกษาปฐมวัย
ในสหรัฐอเมริกามีสถานเลี้ยงเด็กตั้งมากกว่า 100 ปีแล้ว สถานเลี้ยงเด็กเหล่านี้ดำเนินการโดยกลุ่มเอกชนต่างๆ การที่รัฐบาลเข้ามามีส่วนสนับสนุนและรับผิดชอบต่อมาตรฐานของสถานเลี้ยงเด็กกลางวันนี้ นับว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นไม่นาน สถานที่เลี้ยงเด็กตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือพวกชาวบ้านจนๆ เริ่มตั้งแต่ ค.ศ 1850 โดยตั้งเป็นสถาบันที่ให้สวัสดิการสังคมให้ความช่วยเหลือแบบชั่วคราวสำหรับแม่ที่ต้องทำงานจนกว่าจะสามารถเลิกทำงานนอกบ้านและกลับไปเลี้ยงดูลูกของตนเองได้
การศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอล
การศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอลจัดขึ้นตามความเชื่อที่ว่าการให้การศึกษาแก่
เด็กในวัยนี้จะมีผลต่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจากการหล่อหลอมกล่อมเกลาเด็กทาได้ง่าย
กว่าและประสบผลสำเร็จมากกว่า
ด้วยความเชื่อดังกล่าวรัฐบาลได้จัดการศึกษาภาคบังคับ ให้ฟรีแก่เด็กอายุ 5 ขวบ
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1953 โดยรัฐสภาออกกฎหมายการศึกษาภาค บังคับว่าเด็กวัย 5 ขวบ
ทุกคนต้องเข้าโรงเรียนอนุบาลเพื่อจะได้เรียนภาษาฮิปรู และเรียนรู้
วัฒนธรรมประจาชาติ
ในปี
ค.ศ. 1976
และ
1977
รัฐได้ใช้จ่ายเงินถึง
ร้อยละ 8.33 ของงบประมาณ
การศึกษาทั้งหมดไปทางด้านการศึกษาปฐมวัย โดยเด็กที่อายุถึง 5 ขวบ
จะได้รับการศึกษา ในระดับการศึกษาปฐมวัยซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับและให้เปล่า
และเด็กเกือบร้อยละ 100 จะเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาล
(คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. 2534
: 26 อ้างจาก
สานักงานสถิติกลางแห่งอิสราเอล,1890)
สาหรับเด็กอายุต่ากว่า 5 ขวบ
รัฐบาลจะให้เงิน อุดหนุนค่าเล่าเรียนโดยพิจารณาตามความจาเป็นของครอบครัวเป็นราย ๆไปค.ศ. 1978 อิสราเอลมีโรงเรียนอนุบาล
5,400
แห่ง
และมีเด็กเข้าเรียนใน โรงเรียนอนุบาลเป็นจานวนมาก กล่าวคือ เด็กในกลุ่มอายุ 5 ปี
เข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาล ร้อยละ 100 เด็กในกลุ่มอายุ4 ปีและ
3
ปี
เข้าเรียนร้อยละ 97 และ 87 ตามลาดับในปี
ค.ศ. 1979
– 1980 รัฐบาลได้จัดทุนอุดหนุนสาหรับการจัดการศึกษาของเด็ก
ปฐมวัยจานวนกว่า 5,000 ห้องเรียน
ซึ่งรับเลี้ยงดูเด็กระหว่าง 3 – 6
ขวบ
เป็นจานวนถึง 264,000 คนค.ศ.1989 กระทรวงศึกษาและวัฒนธรรม
พยายามให้มีการสอนอ่านเขียนใน
โรงเรียนอนุบาลซึ่งขัดกับปรัชญาดั้งเดิมของการให้การศึกษา จึงได้มีการนาวิธีการสอน
ภาษาแบบธรรมชาติ (Whole Language) มาใช้
โดยเน้นการจัดสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วย
ภาษาเขียนและเปิดโอกาสให้เด็กได้พูดและเขียน นอกจากนี้ยังพาเด็กไปทัศนศึกษานอก
สถานที่ ได้เรียนรู้ศิลปะดนตรี ละคร และคอมพิวเตอร์ และในปี ค.ศ. 1990 กระทรวงศึกษา
และวัฒนธรรมได้เพิ่มการเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในทุกระดับการศึกษา ในระดับ
การศึกษาปฐมวัยจัดเป็นโปรแกรมให้เด็กได้หัดสังเกตสิ่งรอบตัว โดยผนวกเข้ากับกิจกรรม
การเล่นบทบาทสมมุติ กิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ การเล่านิทาน หรือการทาโครงงาน
การศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอล
เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.1904แล้วแต่กระทรวงศึกษาธิการ
เพิ่งจะเริ่มเคลื่อนไหวในการจัดทำโปรแกรมการศึกษาสำหรับเด็กเล็ก
ปีค.ศ. 1958ระบบการศึกษาในเม็กซิโก
เริ่มตั้งแต่ชั้นปฐมวัยขึ้นไป ได้รับอิทธิพลจากการเมืองในระบอบสาธารณรัฐตลอดมา
ปี ค.ศ. 1930 เกิดปัญหาเมื่อการศึกษาชั้นอนุบาลตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของทฤษฎีทางการศึก
ระบบการศึกษาของเม็กซิโกเป็นระบบที่รวมเข้าสู่ศูนย์กลาง
ได้มุ่งแสดงหาวิธีการที่จะรวมการจัดกิจกรรม
หรือวิธีการสอนเข้ากับการเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง
โดยใช้สภาพแวดล้อมเป็นศูนย์กลางที่จะเกิดประสบการณ์การเรียนรู้
วิชาศิลปะ
ดนตรี วรรณคดี ความรักที่บุคคลมีต่อครอบครัวและชุมชน
และความสามารถในการบรรยายและพรรณนาถึงความดีความงามต่างๆ
3.1 การบริหาร
สำนักงานการอำนวยทั่วไปของการศึกษาปฐมวัย
ทำหน้าที่ เป็นสำนักงานกลางของกระทรวงศึกษาธิการเม็กซิโก
ที่รับผิดชอบจัดการศึกษาสำหรับเด็กอายุ
3 – 6
ปี
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น