ครั้งที่6
บันทึกอนุทินครั้งทีุ่6
วันพฤหัสบดีที่13 กันยายน 2561
เวลาเรียน 08:30 น. -11:30 น.
อ.กฤตธ์คฤณน์ ตุ๊หมาด
- การศึกษาปฐมวัยในประเทศญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาความสามารถในการรู้คิดและพัฒนาการทางอารมณ์ผ่านกระบวนการเล่น นอกจากนี้ยังสนับสนุนการเล่นเป็นทีม โดยจะให้เด็กเล่นกันคละอายุและคละเพศ การเล่นเป็นกลุ่มจะสอนให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อตนเอง เด็กที่อายุมากกว่าต้องคอยดูแลเด็กเล็ก ทำให้มีทักษะในด้านการจัดการและความอดทนอดกลั้น ในขณะที่เด็กเล็กเองก็จะยึดเด็กที่โตกว่าเป็นแบบอย่างหรือเป็นผู้นำ ถือเป็นการสร้างทักษะความเป็นผู้นำให้เด็กด้วยในทางหนึ่ง เด็กจะถูกสอนให้เข้าใจกระบวนการวางแผนโดยธรรมชาติ รู้จักจัดการการเล่นของตนให้มีทั้งความสนุกและมีความรับผิดชอบต่อผู้เล่นคนอื่นด้วย
โดยมีครูทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำและกระตุ้นให้เด็กคิดแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ
ไม่ใช่ผู้ออกคำสั่งหรือสอนหนังสือเด็กอย่างเดียว
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้
ประเทศญี่ปุ่นถือว่า “จิตสำนึกสาธารณะ” เป็นปรัชญาหลักของการศึกษา การเรียนรู้ผ่านกระบวนการเล่นตั้งแต่วัยอนุบาลหรือปฐมวัยก็นับเป็นแนวทางหนึ่งในการปลูกฝังเรื่องจิตสำนึกสาธารณะให้กับเด็กด้วย โดยการวิจัยพบว่าช่วงปฐมวัยของเด็กเป็นช่วงเวลาทองของการสร้างคนให้มีสำนึกสาธารณะ และจิตสำนึกสาธารณะที่เห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าตนเองนั้น สามารถสร้างให้เกิดได้จริงผ่านกระบวนการเล่น การเล่นที่ถูกออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ด้วยการคละอายุ เพศและกิจกรรมของเด็ก จะสอนให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อตนเอง รุ่นพี่รุ่นน้อง และเพื่อนต่างเพศ สอนทักษะการเข้าสังคม การอยู่ร่วมกัน ความเมตตาต่อกัน และที่สำคัญคือการทำงานเป็นกลุ่ม อันเป็นการปลูกฝังแนวคิดเรื่องจิตสำนึกสาธารณะได้ตั้งแต่วัยอนุบาลเลยทีเดียว
นอกจากนี้หลักสูตรการสอนระดับชั้นอนุบาลของญี่ปุ่นยังไม่เน้นวิชาการหนัก ๆ แต่เน้นความสำคัญที่จินตนาการและการเล่น โดยถือว่าการเรียนนั้นเรียนเพื่อให้รู้ ไม่ใช่เรียนไปเพื่อสอบ มีวิชาเรียนเพียง 6 ด้าน คือ พลานามัย สังคมศึกษา ธรรมชาติศึกษา ภาษา ดนตรีและจังหวะ และการวาดภาพและงานฝีมือ ในส่วนของของเล่นในชั้นเรียนก็เน้นให้เด็กเล่นแต่ชิ้นที่เรียบง่ายและกระตุ้นให้เกิดจินตนาการด้วย
เช่น การต่อบล็อกการวาดภาพศิลปะเป็นต้น
การศึกษาปฐมวัยในอังกฤษ
การศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษเริ่มจากการตั้งโรงเรียนเด็กเล็ก โดย โรเบิรต์ โอเว็นที่ เมืองแลนาร์ค ในปี ค.ศ. 1816 โดยโรเบิร์ต โอเว็น ได้รับอิทธิพลแนวคิดในการจัดโรงเรียนเด็กเล็กมาจากปรัชญาและผลงานของเฟรอเบล รูสโซ และโอเบอร์ลิน เขาเน้นวิธีการเรียนรู้ของเด็กโดยการให้เด็กลงมือกระทำเอง สำรวจสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันจึงทำให้เด็กอยากรู้อยากเห็น นอกจากยังมีกิจกรรมให้เด็กทำกิจกรรมเหล่านั้น ได้แก่ การเล่นดนตรี
การศึกษาปฐมวัย
โรงเรียนเด็กเล็กเปิดรับตั้งแต่อายุ 2 ขวบขึ้นไปรับทั้งเด็กชายและเด็กหญิงโดยไม่มีกฎหมาย
บังคับให้ผู้ปกครองต้องส่งเด็กเข้าโรงเรียนเด็กเล็กโรงเรียนสำหรับวัยแรก
ชั้นเรียนของเด็กระดับ1ในโรเรียนประถมศึกษาจะรับเด็กช่วงอายุตั้งแต่5ขวบถึง7ขวบ
ศูนย์เด็กก่อนวัยเรียน เป็นสถานบริบาลเด็กตอนกลางวันสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 5ขวบ
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
ระดับอาชีวะศึกษา (Further Education) เป็นการศึกษาที่จัดขึ้นเพื่อให้นักเรียนที่มีอายุ 16 ปีไปแล้ว ไม่ประสงค์จะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา แต่ต้องการจะมีคุณวุฒิทางวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อใช้ในการประกอบสายอาชีพ นอกจากนี้ยังเปิดสอนวิชาสามัญคือ GCSE และ GCE "A" Level สถาบันการศึกษาด้านอาชีวศึกษามีทั้งของรัฐบาลและเอกชน ระดับอุดมศึกษา ฐานะเป็นมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมใน 100แห่ง) ปีการศึกษา ภาคการศึกษาของสถานศึกษาทุกระดับในประเทศอังกฤษแบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ ภาคต้น Autumn Term ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ถึงกลางเดือนธันวาคม ภาคกลาง Spring Term ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ถึงปลายเดือน มีนาคม
ระบบการศึกษาอังกฤษ หมายถึง ระบบการศึกษาที่แบ่ง 4 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้ง แต่อายุ 5 ปีถึง 16 ปี เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ประมาณ 95% จะเข้าศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาล ส่วนผู้ปกครองที่มีฐานะดีและมีรสนิยมสูงมักจะเลือกส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน โดยนักเรียนจากประเทศไทยมีสิทธิเรียนในโรงเรียนของเอกชน
กระทรวงศึกษาธิการและแรงงาน ดูแลรับผิดชอบโรงเรียนทั้งหมดควบคุมทางด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ดูแลหลักสูตรวิธีการสอนกรมอนามัยและสวัสดิการสังคม ดูแลสถานรับเลี้ยงเด็กแรกเกิดถึง 5ขวบ
องค์การบริหารการศึกษาท้องถิ่น รับผิดชอบและกำหนดจัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนและบริหารโรงเรียน
ระบบการศึกษาประเทศอังกฤษ
ระดับประถมศึกษา
ระดับมัธยมศึกษา (Secondary School)หมายถึง โรงเรียนมัธยมของเอกชน รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปที่สอบผ่าน CEE แล้วเข้าศึกษาต่อ โรงเรียนมัธยมเอกชนส่วนมาก เป็นมูลนิธิหรือเป็นสถานประกอบการที่มิได้หวังผลกำไรรายได้ของโรงเรียนมาจากค่าธรรมเนียมการเรียนเงินบริจาค นักเรียนโรงเรียนประเภทนี้มีให้เลือกทั้งแบบหญิง
ระดับประถมศึกษา (Preparatory School) หมายถึง การรับนักเรียนอายุ 5 – 13 ปี การเรียนการสอนจะเน้นให้เด็ก มีทักษะเขียนและทักษะด้านตัวเลข เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้ความสามารถตามวัย
– ระดับเตรียมประถมศึกษา (Pre – Preparatory School) รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 5 – 7 ปี
– ระดับประถมศึกษา (Preparatory School)
รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 8 – 13 ปี
ระดับมัธยมศึกษา
ล้วน ชายล้วน หรือสหศึกษาแบบประจำ
และไปกลับ
ระดับอุดมศึกษา (Higher Education)นักศึกษาของไทย มีจำนวนไม่น้อย ที่มา ศึกษาต่ออังกฤษ โดยมีเป้าหมายในดารเรียนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย และ College of Higher Education มหาวิทยาลัยในราชอาณาจักรมีประมาณกว่า 100 แห่ง และล้วนแต่เป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลเกือบทั้งหมด(โดยรวม Polytechnic ที่ได้รับการยกระดับอาชีวะศึกษา (Further Education) เป็นการศึกษาที่จัดขึ้นเพื่อให้นักเรียนที่มีอายุ 16 ปีไปแล้ว ไม่ประสงค์จะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา แต่ต้องการจะมีคุณวุฒิทางวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อใช้ในการประกอบสายอาชีพ นอกจากนี้ยังเปิดสอนวิชาสามัญคือ GCSE และ GCE "A" Level สถาบันการศึกษาด้านอาชีวศึกษามีทั้งของรัฐบาลและเอกชน ระดับอุดมศึกษา ฐานะเป็นมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมใน 100แห่ง) ปีการศึกษา ภาคการศึกษาของสถานศึกษาทุกระดับในประเทศอังกฤษแบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ ภาคต้น Autumn Term ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ถึงกลางเดือนธันวาคม ภาคกลาง Spring Term ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ถึงปลายเดือน มีนาคม
ภาคปลาย Summer Term ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนกรกฎาคม
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น